<

สาม

 

เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ เผลอแป็บเดียวกำลังจะผ่านครึ่งปีแรงของ พศ.2560 ไปแล้ว แนะนำว่าบ้านไหนที่มีเครื่องปรับอากาศ หลังจากผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วงในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาก็อย่าลืมล้างแอร์กันด้วยนะครับ

เพราะที่ขริงแล้วแอร์ควรต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างน้อยๆปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน เพื่อทั้งสุขภาพของตัวเราเอง และเพื่อยืดอายุของเครื่องปรับอากาศให้อยู่กับบ้านเราไปนานๆครับ แถมยังช่วยในเรื่องของการประหยัดไฟด้วย

ของที่บ้านใช้แอร์ Gree ติดผนัง ให้ช่างมาช่วยล้างให้ครับ

edit @ 30 May 2017 22:32:56 by นกไซเบอร์

พอดีว่าที่ห้องผมแอร์เสีย เป็นแอร์ที่แถมมากับคอนโด ลองเรียกช่างมาดูปรากฏว่าค่าซ่อมแพงมาก เลยคิดว่าซื้อเครื่องใหม่เลยจะคุ้มกว่า พอดีส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบใช้ของแบรนด์แปลกๆไม่เหมือนชาวบ้าน มือถือทุกวันนี้ยังใช้แอสสุซอยู่เลย ลองหาข้อมูลดูสะดุดกับแบรนด์ชื่อ Air Gree

ที่แรกนึกว่าคำแซว แอร์กรี อีแก่อะไรแบบนี้ คิดในใจถ้าซื้อมาติดที่บ้านนี้เอาไว้หลอกด่าแฟนได้เหมือนกันนะ พูดชื่อแอร์บ่อยๆ 55

กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ แอร์กรี นี่เขาไม่ธรรมดานะ ถึงชื่อจะดูไม่ค่อยดังในบ้านเรา แต่มีฐานการผลิตใหญ่ในเมืองจีนที่ส่งสินค้าไปขายทั่วโลก เห็นว่าเคยมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วยหลังจากดูเรื่องคุณสมบัติกับราคาเลยตัดสินใจซื้อมา 1 ตัว ประมาณ 9000BTU ราคาหมื่นนิดๆ ถือว่าไม่แพงเลย

ผ่านไปสามเดือนถือว่าโอเคมากๆ ดีกว่าที่คาดไว้เยอะ ทำความเย็นเฉียบ เสียงเงียบ ไม่มีนํ้าหยด แถมยังประหยัดไฟอีกต่างหาก เป็นอีกครั้งเลยที่ผมเลือกสินค้าแบรนด์แปลกๆมาใช้แล้วรู้สึกดี

 

edit @ 26 Feb 2017 21:55:28 by นกไซเบอร์

 
ปัญหาเด็กหายนับเป็นปัญหาสำคัญของทุกประเทศทั่วโลก จีนประเทศประชากรมากที่สุดสุดในโลกทุกปีมีเด็กจำนวนหลายร้อยคนหายตัวไปจากครอบครัวในไทยเองก็มีสถิติบ่งชี้ว่ามีเด็กถูกลักพาตัวเดือนละประมาณ10คน ส่วนในประเทศที่เจริญก้าวหน้าอย่างสหรัฐ กลับเป็นประเทศที่ประสบปัญหาเด็กหายมากกว่าเดือนละ20คน จนมีการประกาศให้วันที่ 25 พฤษภาคม(วันเดียวกับที่เด็กชายแพตซ์หายตัวไปจนกลายเป็นคดีดังระดับชาติ)เป็นวันเด็กหายแห่งชาติ

Prisoners คือหนังทริลเลอร์แห่งปีที่ตีแผ่เรื่องเด็กหายได้อย่างลึกซึ้งที่สุด  กำกับโดย เดนิส วิลเลเนฟ นำแสดงโดย ฮิวจ์ แจ็คแมน และ เจค จิลเลนฮาลว่ากันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คือหนึ่งในตัวเต็งรางวัลหลายสาขาในเวทีออสการ์ปีนี้

หนังเล่าถึง เคลเลอร์ โดเวอร์ (ฮิวจ์ แจ็คแมน) พ่อเจ้าระเบียบที่ แอนนา ลูกสาววัย6ขวบหายตัวไปพร้อมกับ จอย ลูกสาวเพื่อนสนิทของเขาในวันขอบคุณพระเจ้า สองครอบครัว ตำรวจ อาสาสมัคร รวมตัวกันค้นหาเด็กน้อยทั้งสอง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา กระทั่งหิมะโปรยปรายก็ยังไร้วี่แววเบาะแสเดียวของคดีนี้คือ อเล็กซ์ โจนส์ (พอล ดาโน่) ชายปัญญาอ่อนที่ถูก นับสืบโลกิ (เจค จิลเลนฮาล) ตำรวจเจ้าของคดีผู้มุ่งมั่นในการทำงาน จับได้ในวันเกิดเหตุ
 

ทว่าไม่มีหลักฐานใดๆบ่งชี้ว่าเขาเป็นคนร้าย ผู้ต้องสงสัยได้รับการปล่อยตัว เคลเลอร์ ไม่พอใจอย่างมากเพราะเขาแน่ใจว่า โจนส์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ แอนนา อย่างแน่นอน เขาจึงทำสิ่งที่ละเมิดกฏหมายด้วยการจับ โจนส์ มาขังไว้ เหมือนที่เขาคิดว่า โจนส์ ทำกับลูกสาวเขาเคลเลอร์ ทรมาน โจนส์ ทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้เขาบอกที่ซ่อน ขณะที่ชายสติไม่ดีบอกว่าเขาไม่รู้ ที่สุด เคลเลอร์ เองยังเริ่มสงสัยว่าสิ่งที่เขาทำมันมากเกินไปหรือไม่

บทของ Prisoners นั้นยอดเยี่ยม เก็บความลับได้ดี ล่อหลอกเก่ง เดาเนื้อเรื่องได้ยาก ชวนติดตาม ค่อยๆคลี่คลายปมปริศนาคล้ายกับคนดูได้เล่นเกมส์ยังต่อจิ๊กซอว์ไปด้วย นอกจากนี้ยังลุ้นระทึก เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ มีแง่มุมที่เล่นกับจิตใจคน ที่น่าสนใจคือการนำเสนอมุมมองได้มีมิติ รอบด้าน ทั้งฝั่งของครอบครัวเหยื่อ ฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแม้กระทั่งฝั่งของคนร้าย กระนั้นก็มีบางส่วนที่ตึงเครียดมาก คลุมเครือ กดดัน จนสร้างความอึดอัดเล็กๆสำหรับผู้ที่ไม่นิยมหนังแนวสืบสวน

เมื่อเทียบกับ Law Abiding Citizen หรือ A Time to Kill หนังพ่อแก้แค้นแทนลูก Prisoners ถือว่าไม่ได้แสดงออกรุนแรงเท่า2เรื่องก่อนหน้า แต่ประเด็นความสะเทือนใจของผู้นำครอบครัวที่เสียแก้วตาดวงใจไป หนังเรื่องนี้สะท้อนออกมาได้ถึงแก่น การหายตัวไปของคนในบ้านมันสร้างผลเสียที่กัดกร่อนครอบครัวที่เคยมีความสุขให้การเป็นครอบครัวที่พังพินาศได้ในพริบตา
 

การแสดงของ ฮิวจ์ แจ็คแมน ดูทรงพลังเหลือเชื่อ เริ่มต้นมาเขาเป็นผู้ล่าในการยิงสัตว์ป่า ต่อมาเขาเป็นผู้ออกล่าตัวคนร้ายมาขัง ฉากทรมานผู้ต้องสงสัยของเขาทำให้เราสงสารปนเวทนาในความป่าเถื่อนอันเกิดจากด้านมืดในใจมนุษย์ อีกนัยหนึ่งก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าศาลเตี้ยที่ เคลเลอร์ กระทำเป็นสิ่งที่ชอบธรรมหรือไม่เพราะหากเราสงสัยว่าใครสักคนลักพาตัวลูกสาวไป ในนามของคนเป็นพ่อ การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ลูกกลับคืนมาไม่น่าพูดเต็มปากได้ว่าผิด

ส่วน เจค จิลเลนฮาล นำเสนอการทำงานของฝ่ายกฏหมายได้อย่างดี คนดูเห็นใจที่นอกจากจะต้องวุ่นวายกับการตามคดีจนไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว ยังต้องคอยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัวเหยื่อ รวมถึงต้องรับผิดชอบผลกระทบต่างๆที่เกิดจากการใช้อารมณ์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับคดี หากตามหาเด็กเจอเเขาก็แค่เสมอตัวแต่ถ้าคดีปิดไม่ลง คล้ายกับว่าเรื่องเหล่านี้จะตามหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิต

ความยาว2ชั่วโมงกว่าบางคนอาจมองว่าอาจเยิ้นเย้อเกินไปสักหน่อย หากลดสักนิดตัวหนังจะกระชับและลงตัวกว่านี้ แต่ทั้งหมดนี้ให้อภัยได้เมื่อมาถึงฉากจบของ Prisoners มันเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก นับถือในไอเดียของผู้กำกับจนขอปรบมือให้ดังๆเลย

เมื่อหลายปีก่อนมีคดีในต่างประเทศหนึ่งของทวีปยุโรปที่สะกิดความรู้สึกผม ลูกสาวของชายคนหนึ่งถูกสส.ในสภาข่มขืน ต่อมาคดีไม่คืบหน้า ชายคนดังกล่าวไม่หวังพึ่งกระบวนการยุติธรรมห่วยแตก เขาเดินถือปืนไปยิงสส.คนดังกล่าวเสียชีวิต ลองถามตัวคุณเองดูแล้วหละว่า สิ่งที่เขาทำถูกหรือผิด
 
8.5/10
 
นกไซเบอร์
 
ปล.ผมย้ายบ้านไปที่นี่ https://www.facebook.com/cyberbirdmovie แล้วนะครับ :)
 
อันนี้บล็อกใหม่ https://cyberbirdmovies.wordpress.com
 

edit @ 12 Jul 2016 13:23:54 by นกไซเบอร์

RUSH ศัตรูที่รัก ****4ดาวครึ่ง

posted on 30 Sep 2013 10:37 by cyberbird directory Entertainment
 
นานมาแล้วมีคนเล่าให้ผมฟังว่า ผู้ชมที่ไปดูการแข่งฟอร์มูล่าวันเกินครึ่งคาดหวังที่จะได้เห็นอุบัติเหตุ บวกกับสถิติที่ว่าทุกปีจะมีนักแข่งรถในฟอร์มูล่าตายปีละ2คน ทำให้การแข่งฟอร์มูล่าวันเป็นกีฬาที่อันตรายที่สุดกีฬาหนึ่งของโลก โอกาสในการเสียชีวิตของนักแข่งทุกคนอยู่ที่20%ต่อการแข่ง1ครั้ง ซึ่งพวกเขายอมรับมัน

Rush สร้างจากเรื่องจริงของ2อดีตนักแข่งฟอร์มูล่าวันในช่วงปี 1970 ยุคทองของกีฬาชนิดนี้ คือ เจมส์ ฮันท์ กับ นิกิ เลาดา ทั้งคู่เป็นศัตรูกันตลอดระยะเวลา1ทศวรรต ไม่ว่าจะในหรือนอกสนามกระนั้นคู่ปรับคู่นี่กับมีความแตกต่างกันมากมาย 

เจมส์ ฮันท์ (คริส เฮมเวิร์ท) นักแข่งรถชาวอังกฤษ นอกสนามเป็นหนุ่มเพลย์บอย ชอบปาร์ตี้ เอาแต่ใจ มุทะลุดุดันในสนามเขาเป็นนักแข่งรถที่กล้า บ้าบิ่น พร้อมเสี่ยงเพื่อชัยชนะ ขณะที่ นิกิ เลาดา (แดเนียล บรูห์) นอกสนามเป็นคนเย่อหยิ่ง ปากไม่ดี ชอบดูถูกคน เพื่อนไม่คบ ส่วนในสนาม เขาเป็นคนฉลาด อดทน มีวินัย  
 
หนังเล่าย้อนไปถึงตอนที่ทั้งคู่ยังแข่งรถในฟอร์มูล่าสอง แล้วค่อยๆไต่เต้าขึ้นมาฟอร์มูล่าวัน ด้วยวิธีการคนละแบบ ตัดสลับกับชีวิตนอกสนามที่ต่างก็พบเจอปัญหาพอๆกัน จุดหักเหในชีวิตของพวกเขามาถึงในวันที่แข่งในสนามประเทศเยอรมันนี ฝนตกลงมาหนักมาก นิกิ ซึ่งแต้มนำอยู่และเพิ่งแต่งงานรู้สึกว่าโอกาสในการเสียชีวิตเกิน20%ซึ่งเกินกว่าที่เขาจะยอมรับ แต่ เจมส์ ไม่เห็นด้วยเขาอ้างว่าหากงดแข่ง นิกิ จะได้เปรียบคู่แข่งในการเก็บแต้มช่วงสุดท้าของฤดูกาล เจมส์ เสนอให้มีการโหวต และเขาได้เสียงสนับสนุน 
 
 
นักแข่งทุกคนต้องขับรถที่เบาบางแต่เร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็ว300-400กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไร้อุปกรณ์ป้องกัน นอกจากหมวกกันน็อคกับชุดกันไฟ ในสภาพฝนตกหนัก กับสนามโบราณที่มีโค้งมากจนเป็นที่กล่าวขานว่าคือสุสานของนักแข่งรถ นิกิ เห็นว่านี่มันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ
 
บทหนังทำได้ดีมาก แม้จะเป็นการเล่าจากเรื่องจริง แต่มีสีสันและครบทุกอารมณ์ ดำเนินเรื่องได้สนุก บทสนทนาเข้าใจง่ายขนาดที่ว่าผู้ชายที่ไม่ชอบเกี่ยวกับรถ ความเร็วหรือแม้แต่ผู้หญิงก็สามารถอินกับเนื้อหาได้ง่ายๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่ชอบรถแข่ง ชอบเรื่องรถ หนังเรื่องนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
 
การแสดงของ คริส เฮมเวิร์ท นับว่ายอดเยี่ยม เขาสลัดภาพ เทพเจ้าถือค้อน ออกมาได้หมด (แม้จะอยู่ในลุคผมทรงเดียวกัน) คนดูเชื่อหมดใจว่าเขาคือนักแข่งรถแต่ที่น่าจับตาคือ แดเนียล บรูห์ กับบทเด่นเป็นครั้งแรกในชีวิต ถือว่าเล่นได้ดีมาก เข้าถึงอารมณ์ การประกบกับ ซูเปอร์สตาร์ไม่สร้างปัญหาใดๆเลย นอกจากนั้น เขายังฉายแสงที่จะเป็นดาวดวงใหม่ในวงการฮอลลีวู้ด
 
นอกจากการกำกับอย่างปรานีตของ รอน ฮาวเวิร์ด และบทชั้นยอดของ ปีเตอร์ มอร์แกน ทีมผู้สร้าง Fast and furious ไม่ทำให้ฝึดหวังทั้งเรื่องการถ่ายภาพ เสียงประกอบ การตัดต่อ Rush จึงเป็นหนังที่ดูสนุกราวกับว่าคุณได้นั่งอยู่ในสนามแข่งของฟอร์มูล่า 
 
 
ชีวิตของทั้งคู่เป็นคู่แข่งกันอย่างแท้จริง เจมส์ มีความสุขกับการใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง นิกิ มีความสุขกับชีวิตเรียบง่าย เป้าหมายในชีวิตหนึ่งเดียวของพวกเขาคือแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน ซึ่งที่จริงมันก็คือชื่อเสียงและการยอมรับ ทว่า ลึกๆแล้วสิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันจริงๆอาจเป็น ความโดดเดี่ยว การจับจ้องทุกฝีก้าวของกันและกัน หากไม่ใช่ศัตรูที่เกลียดกันมากก็เป็นเพื่อนที่รักกันมาก แม้ภายนอกคนอื่นจะดูว่าเขาเกลียดกันแค่ไหน ใครเลยจะรู้ว่าพวกเขาห่วงใยกันและกันที่สุด
 
การที่ในชีวิตเรามีศัตรูคู่แข่งในทุกด้่านของชีวิต ข้อดีของมันก็คือการผลักดันกันและกันไปข้างหน้า เหมือนสามก๊กที่มี ขงเบ้ง กับ จิวยี่ โลกฟุตบอลที่มี โรนัลโด้ กับ เมสซี่พวกเขาคงไปไหนไม่ได้ไกล หากไม่มีแรงกดดันจากอีกฝ่าย 
 
สิ่งที่ผู้ชายทุกคนหลงใหลที่สุด อาจไม่ใช่ ผู้หญิง หรือ รถยนต์ แต่คือการแข่งขัน ชายสองคนอยู่หลังเพียงแค่พวงมาลัย พวกเขานั่งในวัตถุที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดในโลกและมีความสุขกับการได้อยู่นำหน้าคนอื่น
 
 
9/10
 
นกไซเบอร์
 

edit @ 30 Sep 2013 10:44:25 by นกไซเบอร์

 
โปรโมตออกมาได้น่าสนใจสำหรับ You’re Next เดาไม่ถูกเลยว่าจะเป็นหนังแนวฆาตกรโรคจิต หนังผี หรือแค่หนังฆาตกรรม ตัวอย่างทำได้หลอนพอสมควร ปกติผมชอบหนังแบบนี้อยู่แล้วเลยไม่ลังเลที่จะดู 

You’re Next ใช้ทุนสร้างไม่มาก ดาราที่แสดงในเรื่องก็ไม่มีระดับแถวหน้าของวงการฮอลลีวู้ดเลย กำกับโดยย Adam Wingard ผู้กำกับหนุ่มที่ชื่นชอบในการทำหนังสยองขวัญ 

เรื่องย่อ You’re Next เล่าถึงวันที่ครอบครัว คือ พ่อ แม่ ลูกชาย3คน ลูกสาว1 คนกลับมาฉลองครบรอบวันแต่งงานของพ่อและแม่ที่บ้านตากอากาศหลังใหญ่ในชนบทที่เงียบสงบ ลูกแต่ละคนพาคนรักมาด้วย แรกที่เดียวการพบปะของพี่น้องก็เหมือนจะชื่นมื่นดี ทว่าลึกๆแล้วต่างคนต่างก็มีอะไรอยู่ในใจ
 
 
 
พี่ชายคนโตขาดความมั่นใจไร้ความเป็นผู้นำ น้องชายคนรองปากไม่ดีและเห็นแก่ตัว น้องชายคนเล็กเป็นกุ๊ยไม่เอางานเอางาน น้องสาวคนสุดท้องที่ถูกพ่อแม่ตามใจจนเคยตัว ในคํ่าคืนที่คล้ายจะจบลงด้วยการถกเถียงกันอย่างเคย กลับมีชายแปลกหน้าใส่หน้ากากสุนัขโจมตีเข้ามาในบ้านและไล่ฆ่าพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม 
 
ไม้ตายของหนังสยองขวัญคือบทที่ดี ซึ่ง You’re Next สอบผ่านในจุดนี้ การดำเนินเรื่องลุ้นระทึก แม้จะพอคาดเดาคนร้ายได้บ้างแต่ก็ยังดูสนุก การคลี่คลายปมน่าติดตาม หนังหลอกล่อผู้ชมมาถึงกลางเรื่องก่อนจะมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ขณะเดียวกันก็ยังคงความโหดเหี้ยมเลือดสาดไปตลอดรอดฝั่ง ตีแผ่สัญชาติดิบของมนุษย์แบบถึงใจ ใครขวัญอ่อนนี่มีปิดตาดูกันบ้าง ฉากไล่ฆ่ากันท่ามกลางเสียงเพลงนี่มันจิตมากๆ

ข้อเสียของหนังอยู่ตรงที่ความไม่สมเหตุผลบางประการ อาทิ เรื่องอื่นอาจเจอผู้ร้ายเก่งเกินไป ฆ่าไม่ตาย แต่เรื่องนี้เป็นไปในทางกลับกัน จนเราอดคิดไม่ได้ว่าใครกันแน่เป็นฝ่ายล่า หรือแรงจูงใจของคนร้ายดูไม่มากพอเมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกเขาทำ ซาวด์ประกอบหลอนพอสมควร การถ่ายภาพหม่นๆเข้ากับบรรยากาศน่าฆ่ากันในหนัง 

 
 
 
ด้านการแสดง Sharni Vinson โดดเด่นที่สุดในบทของสาวที่มีสัญชาติญาณเอาตัวรอดสูง ถึงจะดูโอเวอร์ไปบ้าง แต่สิ่งที่เธอทำมันมีพลังและสะใจคนดูจริงๆ ไม่แปลกที่หนังจบจะมีแต่คนพูดถึงการแสดงของเธอ 

You’re Next มีส่วนที่ดีมากกว่าส่วนที่แย่ เป็นหนังสยองขวัญที่มีระดับ เมื่อเทียบกับหนังเนื้อหาคล้ายกันอย่างThe Strangers ที่เรื่องหลัง เหยื่อเหมือนเป็นของเล่นของกลุ่มคนร้าย จึงแทบไม่มีอะไรให้ลุ้น ผิดกับ You’re Next ที่มีการพลิกผันของสถานการณ์ไปมา 

บางครั้งเมื่อเราดูคดีฆาตกรรมโหดในหนังแล้วเคยคิดว่าไม่มีทางเกินขึ้นจริงนั้น แต่หากคุณลองดูข่าวอาชญากรรมที่ออกในทีวีทุกวันนี้ เรื่องจริงที่เกิดบางทีมันโหดกว่าในหนังซะอีก 

7.5/10
 
นกไซเบอร์
 
 
ดูตัวอย่างหนัง You’re Next คืนหอนคนโหด ได้ที่ http://movie.bugaboo.tv/watch/77039

Jobs กับแอปเปิลของเขา ** 2ดาว

posted on 16 Sep 2013 18:27 by cyberbird directory Entertainment
 
เมื่อปีที่แล้วผมซื้อหนังสือชีวประวัติของ สตีฟ จ็อบส์ ที่เขียนโดย วอลเตอร์ ไอแซคสัน บรรณาธิการชื่อดังในสหรัฐฯมาอ่าน ด้วยความหนาของมันจนถึงปัจจุบันผมยังอ่านไปไม่ถึง1ใน4 ประจวบเหมาะกับที่หนัง Jobs เข้าฉายผมจึงวางหนังสือลงเอาที่คั่นกระดาษใส่ไว้แล้วเข้าโรงภาพยนตร์เพื่อศึกษาตัวชายผู้นี้ในรูปแบบการชม
 
Jobs มีชื่อไทยว่า สตีฟ จ๊อป อัจฉริยะเปลี่ยนโลก กำกับโดย โจชัว สเติร์น ในบ้านเราอาจจะมองเป็นหนังฟอร์มยักษ์ แต่สำหรับสหรัฐฯนี่เป็นหนังต้นทุนตํ่า รีบสร้างออกมาในตอนที่กระแสการจากไปของ สตีฟจ็อบส์ ยังไม่จางหายไป เห็นได้จากวันเปิดตัวหนังที่เลือกในช่วงเวลาที่บริษัท แอปเปิล เปิดตัว ไอโฟนรุ่นใหม่ แสดงนำโดย แอชตัน คุชเชอร์ บางฉากถ่ายในสถานที่จริง โดยเฉพาะโรงรถของครอบครัวจ็อบส์ สถานที่จุดกำเนิดเครื่อง Apple I 
 
เรื่องราวคร่าวๆ Jobs กล่าวถึง สตีฟ จ็อบส์(แอชตัน คุชเชอร์) ในวัยหนุ่มที่หันหลังให้กับการเรียนมหาวิทยาลัย และร่วมหัวจมท้ายกับ สตีฟ วอซเนียก (จอช แกด) สร้างเมนบอร์ดรุ่นใหม่ขึ้นมา ก่อนที่ ไมค์ มาร์คคูลา(เดอร์มอท มัลโรนี่) จะช่วยออกทุนก้อนแรกในการตั้งบริษัท แอปเปิล
 
ขณะเดียวกัน จ๊อบส์ ก็ต้องเผชิญปัญหาชีวิตเมื่อ คริส-แอน เบรนแนน(อันนา โอไรลี่ย์) แฟนสาวของเขาท้อง รวมถึงต่อมาเขาก็ต้องพบความยุ่งยากในการทำงานเมื่อบริษัทที่เขาก่อสร้างเติบโตขึ้นและถูกควบคุมโดยนายทุนที่สนใจแต่เรื่องของตัวเลขมากกว่าการสร้างนวัตกรรมใหม่บนโลก
 
 
ช่องโหว่ของหนังมีมากมาย ทั้งตัวบทที่เดินเรื่องตรงแน่ว เรียกว่าแทบจะยกเนื้อหากับบทสนทนาในหนังสือลงมาหมดทำให้หนังขาดมิติ มุมมองของ จ็อบส์ เป็นไปในทางเดียวคือ เดือดดาล พร้อมจะอาละวาดตลอดเวลา เราได้เห็นนิสัยแย่ๆของเขามากมายจนไม่อาจบอกได้ว่าดูแล้วจะรู้สึกปลื้มเขา ในฐานะหนังสร้างแรงบันดาลใจข้อนี้จึงสอบตก 
 
การตัดต่อโดดไปมาทำให้ผู้ชมสับสนในการลำดับเวลา ซีนอารมณ์ทำได้ไม่สุด รวมถึงบทสนทนาบางตอนที่เน้นใช้ศัพท์ไอทีจนอดเป็นห่วงคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการนี้หรือเด็กๆที่อาจจะตามไม่ทันได้ ยิ่งเมื่อเทียบกับ the social network หนังชีวประวัติของของผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ เรื่องหลังดูมีชั้นเชิงกว่ามาก ทั้งอารมณ์ขัน การเสียดสี เนื้อหาสดใหม่ดูวัยรุ่นกว่ามาก หากจะเปรียบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ Jobs เป็นแค่เครื่องพีซีเก่าๆ ส่วน the social network คือ โน๊ตบุ้คเครื่องบางดีไซน์เก๋ไก๋ ไม่น่าแปลกใจที่ Jobs ได้คะแนนจากเว็บวิจารณ์หนังน้อยจนน่าใจหาย
 
สิ่งที่ทำได้ดีใน Jobs มีสองอย่างคือ เสื้อผ้าหน้าผมของตัวละคร ฝ่ายคอสตูมกับฝ่ายฉายใส่ใจในรายละเอียดพอสมควร เราไม่เห็นอะไรที่ไม่สมควรเห็นในฉายยุคปี70-80 อีกอย่างคือเพลงประกอบที่ปลุกเร้าอารมณ์สอดรับกับเนื้อหาของเรื่องดี โดยเฉพาะเพลง CANT HOLD US ที่สร้างความคึกคักได้อย่างดี 
 
 
ด้านการแสดง แอชตัน คุชเชอร์ นับว่าสอบผ่าน แม้บุคลิกส่วนตัวของเขาจะดูทะเล้นมากกว่าจะมาเล่นบทจริงจัง แต่เขาทำได้ดีพอสมควร ไม่พยายามที่จะทำตัวเหมือน สตีฟ จ็อบส์ ตัวจริงเกินไป ที่น่าชื่นชมอีกคนคือ จอช แกด การรับบทเด่นครั้งแรกในชีวิตเป็น สตีฟ วอซเนียก คู่หูที่สร้าง สร้างเครื่องแอปเปิลมาด้วยกันกับจ็อบส์ จอช ถ่