<

button

คืนวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่1 ขณะที่คนทั่วทั้งสหรัฐอเมริกากำลังเฉลิมฉลองชัยชนะ ชีวิตน้อยๆแต่น่าอัศจรรย์ที่สุดถือกำเนิดขึ้น ทารกเกิดมาในสภาพชายแก่อายุ80ปี  ในสมัยนั้น นับเป็นสิ่งแปลกประหลาด น่าเกลียด น่ากลัว บ้างก็ว่าผีห่า ซานตาน ปีศาจมาจุติบนโลก

ไม่มีใครต้องการเขา เด็กน้อยถูกทิ้งไว้ที่บ้านพักคนชรา ควีนนี่ คนงานผิวสีเคร่งศาสนาที่ทำงานอยู่ที่นั้นตัดสินใจรับเลี้ยงเขาไว้ โดยตั้งชื่อให้เขาว่า เบนจามิน เธอเลี้ยงเขาเหมือนกับลูกแท้ๆ กระนั้นเธอก็ไม่คิดว่าหนูน้อยในร่างชายชราจะมีชีวิตอยู่ไปได้นานนัก

เบนจามิน(แบรด พิตต์) ใช้ชีวิตร่วมกับคนแก่ในบ้านพักคนชา เขาค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่คนอื่นแก่ลง ที่เขายังคงกลมกลืนอยู่ในบ้านก็เพราะสภาพร่างกายเขายังเป็นชายสูงอายุในร่างเด็ก

เขาเรียนรู้ชีวิตในสายตาที่ต่างจากคนอื่น ขณะที่เด็กคนอื่นวิ่งเล่นอยู่ที่สนามหญ้า กว่าเขาจะเดินได้ก็ปาเข้าไป7ขวบ เขาต้องใกล้ชิดกับความตายตั้งแต่อายุไม่กี่ปี เมื่อคนแก่ในบ้านทยอยล้มหายตายจากไปทีละคน เขาต้องนั่งฟังเรื่องชีวิต แง่คิดหรือประสบการณ์ของคนสูงวัยซํ้าแล้วซํ้าเล่า

“ผมเกิดมาในสภาวะที่ไม่ปกติ” เขาบอกกับทุกคนแบบนั้น ทว่า ความไม่เหมือนคนอื่นนั้น ใครเลยจะคาดคิดว่า ร่างกายของเขาจะเยาว์วัยขึ้นทุกวัน ราวกับว่านาฬิกาชีวิตของเขากำลังเดินถอยหลัง

จนวันหนึ่งเขาก็ได้พบกับสิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิต เดซี่ เด็กสาวน่ารักสดใสอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา(แต่สภาพภายนอกเหมือนปู่กับหลาน)ได้เข้ามาทำให้ชีวิตที่หม่นเศร้ากลับสดชื่นมีชีวิตชีวา หลังจากพบเธอชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

แม้ร่างกายของเบนจามินจะแตกต่างกับมนุษย์ทั่วไป ทว่า เขากลับไม่นำจุดนั้นมาเป็นปมด้อย เขาพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนคนปกติมากที่สุด เขาสมัครทำงานบนเรือ ดื่มเหล้าสังสรรค์หลังเลิกงาน เที่ยวกลางคืน อกหักและพบรักเหมือนกับคนทั่วไป

เบนจามินออกเดินทางไปในทะเลเพื่อเรียนรู้โลกภายนอก ส่วน เดซี่(เคท บลันเชตต์) ก็ใช้ชีวิตตามทางของเธอ ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เบนจามินกลับกลายเป็นชายหนุ่มท่าทางภูมิฐาน เธอเชื่อแล้วว่าเขาไม่เหมือนใครจริงๆ

ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ เบนจามินหนุ่มขึ้นทุกวัน เดซี่แก่ลงทุกวัน  ในที่สุดเขาก็พบว่ามันเป็นปัญหา เหมือนกับพวกเขากำลังเดินสวนทางกัน  "ชีวิตคนเราล้วนมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน เพียงแค่เราใช้เส้นทางต่างกัน" เบนจามินกล่าว

The Curious Case of Benjamin Button คือชื่อเต็มของหนังฟีลกู๊ดเรื่องนี้ กำกับการแสกงโดย เดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือที่ฝากผลงานดีๆไว้หลายเรื่อง ทั้ง  Se7en (1995) The Game (1997) Fight Club (1999) Panic Room (2002)และล่าสุด Zodiac (2007)

ด้วยพล็อตเรื่องสุดประหลาด แต่มีเนื้อหากินใจผู้คน จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับหนังชีวิตในตำนานอย่าง Forrest Gump ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงถูกเสนอชื่อเขาชิงรางวัลออสการ์ถึง 13 รางวัล

การเดินเรื่องของหนังเป็นไปอย่างเนิบช้า ใส่ใจในรายละเอียด ฟินเชอร์ปล่อยให้ผู้ชมเฝ้าดูเบนจามินเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีการแฝงปรัชญาในการดำเนินชีวิตหลายประโยคไว้ในบทสนทนาของตัวละคร

ควีนนี่ ยํ้ากับเบนจามินอยู่เสมอเมื่อเจอเรื่องไม่คาดฝันว่า "เธอไม่มีวันรู้ว่าอะไรกำลังจะเข้ามาในชีวิตของเธอ"

ชายแก่ท่าทางประหลาดในบ้านคนชราพรํ่าบ่นเสมอว่าเขาเคยถูกฟ้าผ่า7ครั้งในชีวิต "แต่ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่"เขากล่าวกับเบนจามิน

เดซี่พูดไว้ว่า“ชีวิตคนเราล้วนเต็มไปด้วยโอกาส แม้แต่โอกาสที่เราปฎิเสธ”เมื่อเธอต้องการเผยความในใจกับเขา

ที่น่าสนใจคือการแสดงของ แบรด พิตต์ ซึ่งกำลังเป็นตัวเต็งตำแหน่งสาขาดารานำชายยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ เขาเลือกที่จะแสดงเองในทุกช่วงวัยของ เบนจามิน โดยมีการใช้สเปเชี่ยลเอฟเฟ็กซ์ช่วย ไม่น่าเชื่อว่าขณะที่หนังกำลังดำเนินไป เขาจะหนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทุกครั้งที่ปรากฏตัว จนเราต้องประหลาดใจและสงสัยว่ายังหนุ่มได้กว่านี้อีกไหม

ตลอดเวลาเกือบ3ชั่วโมง(มีบางคนบ่นว่านานไป ช่างเขาประไร)เบนจามิน บัทตัน ช่วยให้เราเรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่อง ความสุขในชีวิต ความสวยงามของความรัก คุณค่าของกาลเวลา มีหนังไม่กี่เรื่องที่สร้างกำลังใจให้กับผู้คนได้มากมายเท่านี้

เราทุกคนล้วนมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง ชาติกำเนิด ฐานะ สภาพร่างกาย สีผิว โชคชะตา ไม่ใช่เงื่อนไขหรือสิ่งที่กำหนดอนาคตของคนๆหนึ่ง มีแค่ตัวเราเองเท่านั้นที่จะกำหนดมัน

 

 

ชมตัวอย่างหนังตัวเต็งออสการ์ได้ที่ลิงค์ข้างล่างเลยครับ

http://cool.mthai.com/Benjamin_Button

นกไซเบอร์