<

in

 
บางวันความงดงามของท้องฟ้าก็งดงามราวกับความฝัน มันสวยมากพอที่จะทำให้ใจของเราล่องลอยไปไหนต่อไหน ไม่ว่าจะเป็นในอดีต อนาคต ความฝัน หรือแม้แต่ดินแดงแห่งคำสัญญา
 
The Place Promised in Our Early Days หรือชื่อไทย เหนือเมฆาที่แห่งสัญญาของเรา (ชอบคำนี้) เป็นผลงานลำดับที่สามของ มาโคโตะ ชินไค หลังจากลุยเดี่ยวทำหนังสั้นเรื่องแรกกับหนังยาวเรื่องที่สอง โปรเจคนี้เขามาพร้อมกับทีมงานคุณภาพ
 
ตัวหนังว่าด้วยเรื่องในอนาคต เมื่อประเทศญี่ปุ่นเกิดสงครามภายในและประเทศถูกแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย คือ แผ่นดินใหญ่หรือฝ่ายใต้ปกครองโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา กับฝั่งเกาะหรือฝ่ายเหนือปกครองโดยรัฐบาลยูเนี่ยน ซึ่งฝั่งยูเนียนได้สร้างสิ่งก่อสร้างคล้ายหอคอยสูงเสียดฟ้าบนเกาะฮ็อกไกโด
 
 
ที่จังหวัดอาโอโมริ ดินแดนเหนื่อสุดของฝ่ายใต้ ทาคุยะ กับ ฮิโรกิ สองนักเรียนมัธยมเพื่อนซี้นั่งมองหอคอยทุกเมื่อเชื่อวันโดยหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะบินข้ามพรมแดนไปหามัน พวกเขาเริ่มลงมือทำความฝันด้วยการทำงานพาร์ทไทม์กับอู่เครื่องยนต์ของกองทัพเพื่อเก็บเงินสร้างเครื่องบิน
 
ระหว่างนั้นเอง ซายูริ เพื่อนสาวในโรงเรียนก็เข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ ทาคุยะ และ ฮิโรกิ แอบชอบเธอ พวกเขาชวนเธอมายังโรงงานร้าง สถานที่ลับของพวกเขา พร้อมกับสร้างสัญญาแห่งหัวใจขึ้นมาว่าทั้งสามจะบินไปที่หอคอยด้วยกัน กลายเป็นรักสามเส้าในวัยแห่งความฝัน ทว่าน่าเสียดาย หลังจากนั้นเธอกลับหายตัวไปอย่างราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลก
 
สามปีต่อมา ทาคุยะ ผู้ที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์เลือกที่จะทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง เขาได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยหอคอยยูเนี่ยนของรัฐบาลฝ่ายใต้ ขณะที่ ฮิโรกิ เดินทางไปเรียนต่อที่กรุงโตเกียวโดยที่ภายในจิตใจยังคงไม่ลืมเลือนทั้ง ซายูริ และ คำสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ กระทั่งวันหนึ่ง ฮิโรกิ ได้รับจดหมายจาก ซายูริ ซึ่งเล่าถึงที่มาของการหายตัวไปของเธอ
 
 
การทำภาพที่สวยยังคงเป็นเอกลักษณ์เด่นของ มาโคโตะ ชินไค ผู้กำกับ พัฒนาเพิ่มขึ้นจากเรื่องก่อนหน้าคือ The Voice of a Distant Star และนำไปสู่ฉากท้องฟ้างดงามราวกับเทพนิยายใน 5 minute per second ผลงานลำดับถัดไป บรรยากาศเหงาเศร้าแบบอบอุ่นยังคงเป็นเอกลักษณ์ของเขาที่ปรากฏอยู่ในทุกเรื่อง
 
บทซับซ้อนกว่าผลงานเรื่องอื่นๆ มันมีทั้ง การเมือง วิทยาศาสตร์ ความรักโรแมนติก ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการสุดลํ้าลึก เหมือนเขาสร้างโลกใหม่ขึ้นมาอีกใบ ที่ๆความจริงกับความฝันเป็นมิติที่ทับซ้อนกัจนกลายเป็นหนึ่งเดียว
 
ตอนจบหนังมีบทสรุปที่เต็มตื้นจนหลายคนต้องเสียนํ้าตา ทำให้เรารู้ซึ้งถึงคุณค่าของ คำสัญญา และ การรักษาสัญญา
 
8.5/10 คะแนน
 
นกไซเบอร์
 
 
 
 
 
ในชีวิตผมไม่เคยตกปลา แต่ในห้องมีเบ็ดอยู่คันหนึ่ง เป็นของน้องที่ลืมไว้นานมากแล้ว คาดว่าเธอคงไม่กลับมาเอามัน แค่คันเบ็ดที่ซื้อในช่วงวันหยุดหน้าร้อนเพื่อตกปลาสนุกๆเท่านั้น ไม่มีอะไรจริงจัง

แม้ไม่ได้ชื่นชอบการตกปลา แต่ผมก็ไม่ได้คัดค้านหรือเห็นว่ามันผิดบาปมากมาย หลายประเทศเล่นเป็นกีฬาด้วยซํ้า ทว่าก็นึกภาพไม่ออกคือ กลางทะเลทรายจะมีปลาให้ตก หนํ้าซํ้ายังเป็นปลาแซลมอนด้วย Salmon fishing in the yemen เป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายขายดีที่มีเรื่องจริงกับเรื่องแต่งผสมกันเกี่ยวกับภารกิจที่ตัวเอกของเรื่องบอกว่ายากพอๆกับส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ซึ่งเขาได้ให้ความหวังไว้นิดนึงว่า ตามทฤษฎีก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสซะทีเดียว

เรื่องนี้เริ่มจาก ท่านชีค (อมีร์ เวคเคด) ผู้หลงใหลในการตกปลา ต้องการที่จะเติมเต็มความฝันของตัวเองโดยการริเริ่มโปรเจ็คต์ตกปลาแซลมอนในเยเมน โดยให้พนักงานสาว แฮร์เรียต (เอมิลี่ บลันท์) ประสานงานกับ เฟร็ด โจนส์ (ยวน แม็คเกรเกอร์) นักตกปลามืออาชีพ ที่ทำงานในกระทรวงเกษตรเพื่อทำภารกิจให้เป็นจริง

แรกทีเดียว โจนส์ คิดว่ามันไร้สาระและไม่มีทางเป็นไปได้ แต่รัฐบาลอังกฤษกลับบ้าจี้ผลักดันโครงการนี้เพื่อหวังผลทางการเมืองทำให้เขาต้องตกกระไดพลอยโจน กระนั้น หลังจากที่ โจนส์ ได้พบกับ ท่านชีค และสนิทสนมกับ แฮร์เรียต ความคิดเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไปโปรเจกต์ที่ดูเหมือนจะล้มตั้งแต่ยังไม่เริ่มกลับเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ขณะนั้นเอง โจนส์ ที่มีปัญหาระหองระแหงกับก็เกิดเผลอใจไปกับแฮร์เรียต ซึ่งกำลังเศร้าโศกกับเรื่องแฟนหนุ่มที่หายตัวไป

บทเดินเรื่องโดยมีปลาแซลมอนเป็นแกนหลักในช่วงแรก แล้วค่อยๆย้ายมาที่ความสัมพันธ์ของ โจนส์ กับ แฮร์เรียต จนแทบจะกลายเป็นหนังรักไปเลย แนวคิดของท่านชีคกับโจนส์ที่เป็นเรื่องน่าสนใจมาก ตะวันออกปะทะตะวันตก ความเชื่อปะทะวิทยศาสตร์ ดังนั้นหากหนังเน้นไปที่ความสำเร็จของโครงการ

 
ความรักของ โจนส์ กับ แฮร์เรียต ดูไม่ค่อยลึกซึ้งเท่าไหร่ เราเห็นแต่ความผูกพันธ์บางๆ การที่ โจนส์ เรียก แฮร์เรียต ด้วยชื่อนามสกุลจริงนั้นตีความได้ว่าเขาต้องการเตือนตัวเองให้รักษาระยะห่างกับเธอ เขาแสดงออกพอสมควรว่ามีใจกับเธอ ผิดกับ แฮร์เรียต ที่ดูสับสนกับความรู้สึกของตัวเองยิ่งเมื่อแฟนหนุ่มกลับมา ยวน แม็คเกรเกอร์ แสดงได้ดีในบทชายวัยกลางคนที่กำลังประสบวิกฤติชีวิต ส่วน เอมิลี่ บลันท์ เธอโดดเด่นพอๆกับตอนเล่นเรื่อง The Adjustment bureau

Salmon fishing in the yemen เดินเรื่องไปตามสูตรหนังฟีลกู้ดที่คาดเดาตอนจบได้ไม่ยาก แถมหลายคนอาจจะไม่ชอบกับอุปสรรคที่โผล่มาง่ายๆและจบลงแบบง่ายๆเกินไป ทำให้หนังขาดความน่าเชื่อถือจนไม่น่าจดจำเท่าที่ควร แต่ส่วนตัวเห็นว่าระหว่างทางหนังทำได้ดีพอสมควร ชอบการจิกกัดการทำงานของคนในรัฐบาลอังกฤษที่ถือว่าแสบทรวงมาก รวมถึงการพยายามเปรียบเทียบปัญหาชีวิตมนุษย์กับการว่ายทวนนํ้าของปลา

แซลมอนที่ว่ายทวนนํ้าแสดงให้เห็นว่ามันเต็มใจที่จะเหนื่อยกว่าปลาทั่วไป เพื่อความฝันบางอย่าง
 
7/10
 
นกไซเบอร์

edit @ 30 Apr 2012 16:59:00 by นกไซเบอร์

In Time เวลากับเงินตรา

posted on 29 Nov 2011 17:34 by cyberbird
 
มีวลีสวยๆหลายประโยคที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเวลาและเงินตรา อาทิ เวลามีค่ามากกว่าเงิน เงินซื้อเวลาไม่ได้ 1 วินาที บางทีก็มีค่ากว่าเงินพันล้าน แน่นอนว่าเราต่างก็รู้กันอยู่ แต่ในโลกของความเป็นจริงการจะพูดให้คนเห็นคุณค่าของเวลาก็เป็นเรื่องยาก

ก็ในเมื่อทุกวันนี้ผู้ใหญ่หลายคนยังบ่นกันว่าไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง บางคนทุ่มให้กับการงานไปเกินกว่า 8 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งเวลาส่วนนี้แหละที่เราแลกมาเป็นเงิน เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะแบ่งให้ครอบครัว เพื่อนฝูง เวลาส่วนตัวของหลายคนจึงเป็นแค่ช่วงเวลาหลับเท่านั้น(ที่ก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำงานอีก)

In Time คือหนังที่นำเสนอแนวคิดดังกล่าว โดยเอ่ยถึงโลกอนาคตที่ทุกคนใช้เวลาแทนเงิน มนุษย์สามารถมีอายุไขได้เพียงแค่ 25 ปีเท่านั้น แล้วกายภาพก็จะไม่แก่ขึ้นอีกต่อไป หากอยากมีชีวิตอยู่ต่อต้องจ่ายเงินมหาศาลเพื่อแลกกับเวลาแค่ไม่กี่นาที
 
เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับโดย แอนดริว นิคโคล ที่เคยฝากผลงานหนังดราม่าชิ้นเยี่ยมอย่าง The Truman Show  ครั้งนี้เขาเปลี่ยนแนวมาทำภาพยนตร์แอ็คชั่น ทริลเลอร์ โดยดึงซุปเปอร์สตารือย่าง จัสติน ทิมเบอร์เลค และ อแมนด้า ไซย์ฟรายด์ มาแสดงนำ

ตัวหนังเล่าถึง วิล(จัสติน) ชายหนุ่มที่ในหนึ่งในมีเวลาติดตัวไม่กี่ชั่วโมง ในวันเกิดของแม่เขาโชคดีที่ได้รับเวลามากมายหลายปีจากชายลึกลับ แต่กลับต้องเสียแม่ไปต่อหน้าต่อตา ต่อมาเขาเดินทางออกจากโซนเวลาที่เขาอยู่ กระทั่งพบความจริงว่าในโซนเวลาที่ห่างไกลออกไป ผู้คนมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย มีเวลาติดตัวกันเป็นร้อยปี เขาจึงจับ ซิลเวีย ไวส์  ลูกสาวของเศรษฐีเวลาผู้คอยเอารัดเอาเปรียบผู้คนในโซนที่เขาอยู่เป็นตัวประกัน พร้อมกับตัดสินใจทวงคืนเวลาของทุกคนกลับมา

 
บทหนังพยายามนำเสนอเรื่องชนชั้นในสังคมผ่านเรื่องของเวลา แม้น่าสนใจแต่ก็แตะประเด็นดังกล่าวเพียงผิวเผินในช่วงแรก หลังจากนั้นกลับเป็นการสร้าง วิล ให้กลายเป็นฮีโร่แนวโรบินฮู้ด แต่ก็ดูไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ เพราะไม่มีที่มาที่ไปว่าพระเอกของเราทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้ ส่วนความรักของวิล และ ซิลเวีย ก็ดูไวไฟเสียจริง

น่าเสียดายที่ จัสติน ดูหล่อเท่ห์เกินกว่าที่จะมารับบทกรรมกรหนุ่มผู้ยากจน ขณะที่ อแมนด้า ไซย์ฟรายด์ เปลี่ยนลุคจากสาวผมบลอนด์ยาวมาเป็นสาวผมสั้นดูสวยเริ่ดไปอีกแบบ สายตาของเธอช่างดูยั่วยวนดีเหลือเกิน ที่ขอชมคือเธอเป็นสาวที่ใส่ส้นสูงวิ่งได้ทะมัดทะเมงจริงๆ

ฉากที่ชอบที่สุดคงเป็นตอนที่ วิล กับ แม่ วิ่งเข้าหากันเพื่อถ่ายทอดเวลาให้ (วิ่งกันหน้าตั้งมาก) แม้จะเดาออกแต่ก็ยังทำให้ผมอดลุ้นไม่ได้ ส่วนฉากจบของเรื่องดูง่ายเกินไปหน่อย ไม่ค่อยเป็นที่ประทับใจ

คุณค่าของเวลาในแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เสี้ยววินาทีมีความหมายมากกับชีวิตนักกีฬาที่กำลังเข้าเส้นชัย กลับกันเวลา 1 เดือนอาจไร้ความหมายสำหรับนักโทษที่ถูกจองจำหลายสิบปี
 
 
นกไซเบอร์

edit @ 15 Dec 2011 17:08:55 by นกไซเบอร์

Tags: in, time 4 Comments

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวอันดับหนึ่งในใจคนไทยในช่วง 4-5 ปีมานี้ต้องยกให้ ปาย เมืองเล็กๆในอ้อมกอดแห่งขุนเขาและสายหมอก ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทุ่งหน้าเขียวขจี  บ้านเรือนเงียบสงบ กาแฟหอมกรุ่น เป็นจุดขายที่ทำให้ใครต่อใครหลงใหลจนต้องหวนกลับมาเยือนซํ้าแล้วซํ้าเล่า

ทว่า แม้จะได้รับความนิยมสักเพียงใด ด้วยระยะทางอันห่างไกล ถนนที่คดเคี้ยวกว่า 1,864 โค้ง ก็เป็นเกราะกำบังอย่างดี ที่จะป้องกันความศิวิไลซ์ไม่ให้ย่างกรายเข้ามาได้ง่ายๆ เหมือนที่หลายเมืองถูกกระทำ ผู้ที่จะมาถึงที่นี่ได้จึงต้องมีความตั้งใจและความพยายามพอสมควร

หากเปรียบสถานที่ท่องเที่ยวกับหนัง ก็คงคล้ายกันอยู่อย่าง ไม่ไปดูกับตาตัวเอง ไม่มีทางรู้เด็ดขาดว่ามันดีหรือไม่ดียังไง รสนิยมคนเราล้วนต่างกัน คำบอกเล่าจึงเป็นเพียงแค่แรงบันดาลใจเท่านั้น ไม่มีใครเที่ยวหรือดูหนังแทนกันได้

ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ไปยืนอยู่ที่ปาย ตลอดเวลา 4 วัน 4 คืน เหมือนเวลาหยุดหมุน วิถีชีวิตเนิบช้า สบายๆ ผู้คนยิ้มแย้ม พูดคุยกันในภาษาท้องถิ่น มนุษย์ศิลปะเดินปะปนอยู่กับนักท่องเที่ยว กระทั่ง สุนัขและแมวที่นั่น ผมยังรู้สึกว่ามันชิวกว่าสัตว์ในเมืองใหญ่มากมายนัก เมื่อนั้นเองที่ผมได้เข้าใจว่า ทำไมใครๆก็ชอบ ปาย

ปายอินเลิฟ  เป็นโปรเจกต์หนังสั้นของผู้กำกับ 7 คน  ปรัชญา ปิ่นแก้ว, ธนิตย์ จิตนุกูล, ศักดิ์ชาย ดีนาน, ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล, บัณฑิต ทองดี, ฐิติพงษ์ ใช้สติ, บงกช คงมาลัย ที่ค่ายหนังน้องใหม่ เมก้าบ็อกซ์ เอามาเรียงร้อยเป็นเรื่องยาวลงบนแผ่นฟิล์มภาพยนตร์



เปิดเรื่องด้วยนักศึกษามหา'ลัยกลุ่มหนึ่งนำโดย แจ็ค (บิณฑ์ มหาดำรงค์กุล) นักศึกษา ปี 4 สาขาภาพยนตร์ และกลุ่มเพื่อนสนิทอีก 4 คน คือ บอย (ดอร์ม วงศ์วานิช) โต้ง (วิระ ทัศน์สุวรรณ) หนิง (สมฤทัย พรหมจรรย์) และ แอน (สุชารัตน์ มานะยิ่ง) เดินทางมาทำหนังสั้นเกี่ยวกับเมืองปาย กำกับโดย ธนิตย์ จิตนุกูล

ระหว่างนั้นเอง เรื่องเกี่ยวกับความรักที่ปายได้ถูกผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเล่า เพื่อหาพล็อตของหนังสั้นที่กำลังจะเปิดกล้อง ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นของเมืองหนาวแห่งนี้

 

รักเธอที่ศูนย์ กำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว นำแสดงโดย ลีโอ พุฒ (พุฒ) กัญญา รัตนเพชร์ (ตาล)

เมื่อ ตาล สาวสวยทะเลาะกับแฟนระหว่างทางไปปาย เธอถูกทิ้งอยู่ข้างทาง ขณะที่อารมณ์โกรธกำลังพลุ่งพล่าน เธอระบายอารมณ์ทั้งทำลายข้าวของ ร้องไห้ หัวเราะ โดยมีหนุ่มอารมณ์ดียืนเป็นเพื่อนอยู่อีกฟากฝั่งของถนน

ส่วนตัวผมชอบเรื่องนี้ที่สุด แรกๆอาจจะงงๆกันนึดหน่อย แต่พอความลับเปิดเผย ก็อดที่จะอมยิ้มกับความช่างจินตนาการของผู้กำกับไม่ได้ ดูเป้นหนังอาร์ทนิดๆ เหมาะกับเมืองปายที่สุด

3 วันของเธอ 3 วันของเขา และ 3 วันของเรา กำกับโดย บงกช คงมาลัย นำแสดงโดย  เร แม็คโดนัลด์, ศุภักษร ไชยมงคล กระแต

ชายหนุ่มออกเดินทางมาปายคนเดียวเพื่อเที่ยวสละโสดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะกลับไปแต่งงานกับแฟนสาวที่รออยู่ในเมืองกรุง เขาได้พบกับหญิงสาวที่เพิ่งอกหักและมาปายคนเดียวเช่นกัน ทั้งคู่ตัดสินใจเที่ยวปายด้วยกัน ตลอดระยะเวลา 3 วัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มแน่นแฟ้นขึ้น ความรู้สึกดีๆกำลังก่อตัวเป็นความรัก

พล็อตเรื่องน่าสนใจทีเดียวกบความรักที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งเกิดขึ้นกับใครก็ได้ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต น่าเสียดาย ทั้งที่ปูทางมาได้ดี แต่กลับจบลงแบบราบเรียบเกินไป   

 

พี่สาวครับ กำกับโดย บัณฑิต ทองดี นำแสดงโดย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ (บอย) อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา (หนูจ๋า)

ชายหนุ่มเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อรับมรดกที่ดินจากยายทวด โดยมีข้อแม้ว่าเขาต้องแต่งงานกับหลานสาวบุญธรรมของยาย เขาตั้งใจจะแต่งแล้วหย่าทันที สมบัติแบ่งครึ่ง เขาจะขายให้พวกนายทุน จากนั้นก้กลับไปแต่งงานกับแฟนสาวไฮโซ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเขาได้รับอุบัติเหตุ หญิงสาวตาโตคนหนึ่งช่วยเขาไว้ ต่อมาทั้งคู่กลับรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรพิเศษบางอย่างผูกพันธ์กันอยู่

มีอารมณ์ฟีลกู๊ดอยู่เต็มเปี่ยม รำลึกความหลังหน่อยๆ เนื้อเรื่องสำเร็จรูปไปนิด เพราะสามารถคาดเดาได้หมด เฉลยความจริงแบบโฉ่งฉ่าง ไม่มีอะไรต้องลุ้น ที่ชอบจริงๆคือการเอาเพลงของคุณ จรัล นโมเพชร มาประกอบในหนัง เออมันให้ความหมายได้ตรงชะมัด

Love Sick กำกับโดย ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล นำแสดงโดย ปวริศร์ มงคลพิสิฐ (แบงค์) ปทิตตา อัธยาตมวิทยา (นิว)

เจ้าของร้านกาแฟหนุ่ม ที่ไม่มีทักษะการเขียน แต่ดันอยากส่งโปสการ์ดหาแฟนเก่า ร้อนถึงสาวน้อยจากร้านขายโปสการ์ดต้องเป็นคนช่วยเขียน จากที่แรกๆเขียนแทน ไปๆมาๆรู้ตัวอีกที กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่กำลังเขียนถึงกันอยู่

เนื้อเรื่องน่ารักสดใส  การนำเสน่ห์ในการเขียนโปสการ์ดมาเล่น ดูเข้ากับ ปาย มากๆ เป็นตอนที่ลงตัวที่สุดตอนหนึ่งของหนังเรื่องนี้

โปสการ์ดจากปาย กำกับโดย ศักดิ์ชาย ดีนาน นำแสดงโดย ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ (รัน)

หญิงสาวเพิ่งย้ายเข้าพักในอพาร์ทเมนท์ได้ไม่นาน เธอพบว่ามี โปสการ์ด จากปายส่งมาที่ห้องของเธอ ใบแล้วใบเล่า ที่สุดเธอก็อดใจที่จะเปิดอ่านไม่ไหว ข้อความบนกระดาษทำให้เธอรู้สึกดี ทว่า เขาไม่ได้เขียนถึงเธอ แต่กลับเป็นแฟนเก่าของเขา

เป็นเรื่องเดียวที่ถ่ายทำในกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ถ่ายทอดอารมณ์ความเหงาของคนในเมืองหลวงได้อย่างดี จบแบบมีความหวังเล็กๆ

Secret ความลับของความรัก  กำกับโดย ฐิติพงษ์ ใช้สติ นำแสดงโดย นพพันธ์ บุญใหญ่, พงษ์กัมปนาท จุฑาภัทร, ชโลธร บริราช

ชายหนุ่มวัยทำงานทราบข่าวว่าแฟนที่ต้องเดินทางกลับบ้านเกิด ประสบอุบัติเหตุในทางที่มุ่งหน้าสู่ ปาย เธอได้รับบาดเจ็บ ไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มพบรูปผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในไดอารี่ของแฟนสาว เขาตัดสินใจเดินทางมา ปาย เพื่อตามหาคนๆนั้น

ถึงจะไม่ได้ใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียง แต่เรื่องสั้นตอนนี้จัดว่าโดดเด่นที่สุด เพราะใช้สายตามอง ปาย ในอารมณ์ที่หม่นเศร้า การเผชิญหน้ากันของผู้ชาย 2 คนที่รักผู้หญิงคนเดียวทำได้น่าประทับใจกว่าที่คิด พวกเขาต่างได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของกันและกัน ปัญหาหัวใจไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพก่อกำเนิดขึ้น  

ภาพรวมถ้าไม่คิดอะไร ปายอินเลิฟ ก็เป็นหนังที่พอดูได้ เสียแต่ว่าการใช้กล้องธรรมดาๆถ่ายทอด ทำให้ความสวยงามของ ปาย ที่เป็นฉากหลังลดน้อยลงไปมาก(จะลดต้นทุนไปถึงไหน ลงทุนบ้างเถอะ) กับมุขตลกก็พยายามเกินไป จนดูฝืดๆในหลายครั้ง บทสนทนายังแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ

ที่ไม่ชอบใจอย่างมากคือการโฆษณาแฝงในภาพยนตร์ เข้าใจว่าการทำหนังในสมัยนี้ถ้าหาสปอนเซอร์ได้ก็ดี ผู้สร้างจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว แต่วันหลังเอาให้เนียนๆกว่านี้หน่อยนะ

กับหนังเมืองปาย อย่าคาดหวังไว้สูง อาจตกเขาลงมาเจ็บได้

 

ชมเอ็มวีเพลงเพราะๆประกอบหนังเรื่องปายอินเลิฟได้ที่ลิงค์ข้างล่างเลย

http://video.mthai.com/player.php?id=14M1259030578M0

 

นกไซเบอร์

edit @ 19 Dec 2009 01:50:13 by นกไซเบอร์

 

คุณใช้อะไรบ้างในการตัดสินใจชมภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง ถ้าจะบอกว่าสิ่งที่จูงใจให้ผมดูหนังเรื่องนี้เพราะชอบเพลงประกอบเพียงอย่างเดียว คงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลและเสี่ยงต่อการผิดหวังเป็นอย่างมาก

แต่คงไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดแบบนี้ เท่าที่ได้ยินมาคนรอบตัวผมหลายคนก็อยากดูเรื่องนี้เพราะเพลงประกอบ(เพลงความคิด แสตมป์)เหมือนกัน กระนั้น ไม่ว่าจะชอบเนื้อหา ชอบดารานำ ชอบภาพ ชอบเพลงประกอบ หรืออะไรก็ตามแต่ ผมถือว่าเป็นสัญชาติญาณของนักดูหนัง

A moment in june หรือ ในชื่อไทยสุดไพเราะว่า ณ.ขณะรัก เป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองอย่างมาก ด้วยทุนสร้างเพียงน้อยนิด ออกไปทางหนังอินดี้หรือหนังใต้ดินมากกว่า ทว่า กลับได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างมากในหลายเวทีของเทศกาลหนังในต่างประเทศ

กำกับภาพยนตร์โดย ณัฐพล วงศ์ตรีเนตรกุล ผู้กำกับหนุ่มที่มีชื่อเสียงมาจากการทำหนังสั้น โดยผลงานหนังสั้นเรื่องหนึ่งของเขาได้รับการเผยแพร่ในงานเทศกาลหนังนานาชาติมากกว่า 60 งาน และได้รางวัลมาหลายรางวัล

หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวความรัก3แบบที่ตัดสลับไปมา คือ ความรักต้องห้าม เรื่องราวของชายคู่หนึ่งที่กำลังมีปัญหากัน แทนการยุติความสัมพันธ์ พวกเขาเลือกที่จะห่างกันไปสักพัก เพื่อให้มีเวลาไตร่ตรองใหม่อีกสักครั้ง

ความรักที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อหญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังจะแต่งงาน เกิดมีความรู้สึกที่ดีให้กับเพื่อนสนิทของว่าที่สามี ซึ่งฝ่ายชายเองก็มีภรรยาที่รักของเขาอยู่แล้ว ทั้งคู่พยายามปิดบังความจริงและถลําลึกมากขึ้น โดยหารู้ไม่ว่ามันกำลังเป็นบ่อเกิดของโศกนาฏกรรมแห่งความรัก

ความรักฝังใจ ว่าด้วยเรื่องของหญิงสูงวัยคนหนึ่งที่รวมรวมความกล้าเพื่อที่จะมาพบกับ ชายวัยใกล้เคียงกัน เพื่อยืนยันความรู้สึกที่เธอมีให้แก่เขาอีกครั้ง แม้ว่ามันอาจจะสายไปถึง 30ปีก็ตาม

แน่นอนว่า A moment in june มีองค์ประกอบหลายอย่างที่เรียกได้ว่าเป็น หนังอาร์ท(ที่ค่อนขอดกันว่าต้องปืนบันไดดูถึงจะรู้เรื่อง) อีกทั้งยังมีเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ หนังเรื่องนี้จึงถือว่าเข้าแก็ปเกือบทุกอย่าง ที่คนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นหนังแนวที่แสลงความรู้สึก ดูไม่สนุก มีโอกาสผิดหวังสูง

ส่วนตัวก็หลีกเลี่ยงการดูหนังประเภทนี้มาตลอด ไม่เฉพาะเหตุผลส่วนตัว การจะดูหนังแบบนี้อาจถูกคนรอบข้างมองด้วยสายตาแปลกๆ อาจจะตั้งแต่ตอนซื้อตั๋ว เลือกที่นั่ง ระหว่างดู จนถึงออกจากโรง

กระทั่ง ได้ดูจริงๆความคิดของผมก็ค่อยเปลี่ยนไป หนังดำเนินเรื่องโดยตั้งใจนำเสนอเรื่องความรักเป็นหลัก เรื่องราวทั้ง3เรื่อง ถูกโยงใยผูกพันกันด้วยสายสัมพันธ์บางอย่าง ถ่ายทอดผ่านฉากหลังที่สวยงาม ด้วยแสงสีโอเวอร์จัดๆ คล้ายกับกำลังดูภาพถ่ายจากกล้องโลโม่(การถ่ายภาพในเรื่องนี้เป็นที่กล่าวถึงไม่แพ้เพลงประกอบ)

การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างราบเรียบ สวยงาม มีบ้างบางคราวที่ดูอืดอาด มีความเงียบ ความกดดัน ชวนให้อึดอัดเหมือนกัน ยิ่งคนที่ไม่ชอบหนังแนวนี้แล้ว อาจเซ็งเอาได้  ครึ่งแรกของหนังเปิดโอกาสให้ผู้ชมทำความรู้จักกับตัวละคร ส่วนครึ่งหลังหากใครพอจะปะติดปะต่อเนื้อหาได้ ก็จะทราบว่าเรื่องราวทั้งหมดกำลังผสานเป็นหนึ่งเดียว

ผู้กำกับเลือกที่จะไม่อธิบายความต่างๆผ่านบทสนทนา แต่เลือกให้ผู้ชมค่อยๆซึมซับเรื่องราวและบรรยากาศไปเรื่อยๆ ฉากบางฉากที่เกี่ยวกับเซ็กซ์ถูกนำเสนอออกมาในแบบที่เป็นเชิงศิลปะ แม้แต่ฉากที่เป็นการแสดงความรักแบบเกย์ ก็ดูได้ไม่น่าเกลียดหรือสะอิดสะเอียนจนเกินไปนัก

จะมีที่ล่อแหลมก็ฉากหนึ่งที่ ชาคริต นัวเนียกับนักแสดงต่างชาติ ซึ่งมันก็จบลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะเป็นที่กล่าวขานในเชิงเสียหาย นักแสดงทุกคนในเรื่องทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม(เชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะกลายเป็นงานมาสเตอร์พีชของใครหลายคน)

มีไม่กี่ครั้งในชีวิตของคนเราที่จะมีโอาสครั้งที่2เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต เมื่อโอกาสนั้นเดินมาถึง มีอยู่2ทางที่คุณจะเลือกทำ ยืนยันความคิดเดิม แม้มันจะเป็นสิ่งที่ผิด หรือ จบความสัมพันธ์นั้นเสีย เพื่อลบล้างความผิดบาปในใจให้หมด






ชมตัวอย่างหนังที่ชื่อและเพลงประกอบสุดเพราะแห่งปีได้ที่ลิงค์ข้างล่างเลยครับ

http://cool.mthai.com/A_moment_in_june
นกไซเบอร์