<

she

 

ผมได้ฟังเพลงชื่อ เราจะข้ามเวลามาพบกัน ของปอย Portrait ซึ่งขับร้องคู่กับก้อย รัชวิน(คนเดียวกับที่เป็นแฟน เป้ สเลอนั่นล่ะครับ) ก่อนที่จะได้ชมภาพยนต์เรื่อง Cyborg She

เมื่อเดินออกจากโรงผมนึกถึงเพลงนี้ทันที

Cyborg She ภาพยนตร์แนวโรแมนติก คอมเมอดี้ ใส่CGนิดๆ เป็นหนังลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น กำกับโดยผู้กำกับชื่อดังจากแดนโสม กว๊าก เจ ยอง(Gwak Jae Yong) ผลงานที่ผ่านมาเรียกรอยยิ้มและนํ้าตาจากคนไทยไปได้มากโข ทั้งหนังโรแมนติกสุดซึ้งอย่าง The Classic และ หนังโรแมนติกคอมเมอดี้ My Sassy Gril ที่ประสบความสำเร็จขนาด Hollywood นำไปรีเมกใหม่(แว่วว่าแย่กว่าเดิมตามเคย)

แค่ชื่อชั้นของผู้กำกับก็การันตีหน้าหนังได้ระดับหนึ่ง ส่วนนักแสดงทั้งหมดเป็นชาวญี่ปุ่น โดยได้ ฮารุกะ อายาเสะ สาวน้อยน่ารักที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่นมารับบทเป็น หุ่นยนต์สาวที่มาจากโลกอนาคต  ส่วน เคอิสุเกะ โคอิเดะ หลังจากโผล่หน้าโผล่ตาให้เห็นในบทพระรองหลายเรื่องคราวนี้เขาก็ได้รับบทพระเอกเต็มตัวสักที โดย เคอิสุเกะ แสดงเป็น จิโระ หนุ่มโสด แสนธรรมดา จิตใจดีแต่ซื่อบื้อสุดๆ

จากการที่ร่วมงานกับทีมงานชาวญี่ปุ่น สิ่งที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆที่ผ่านมือ กว๊าก เจ ยอง มาก็คือ สเปเชี่ยวเอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆที่อลังการงานสร้างตามสไตล์หนังแดนอาทิตย์อุทัย  ส่วนเนื้อเรื่องนั้นมีการตัดไปตัดมาระหว่างอดีต ปัจจุบัน อนาคต หากไม่ตั้งใจดูจริงๆก็อาจสับสนได้

ส่วนผสมของหนังเรื่องนี้ยังไม่หมดแค่เรื่องของการร่วมทุนและทีมงานสองสัญชาติเท่านั้น เพราะแม้แต่ในหนังหากดูแล้วหุ่นยนต์สาวกับจิโระก็มีบุคลิกคล้ายคลึงกับยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี๊ยมจาก My Sassy Gril อยู่หลายฉาก

บทหนังที่ว่าด้วยเรื่องของการที่หุ่นยนต์สาวจากโลกอนาคตข้ามเวลามาเพื่อช่าวเหลือชายหนุ่มสุดทึ่ม จอมซุ่มซ่าม ไร้เสน่ห์ดึงดูดสาวๆ มีชีวิตอยู่แบบไปวันๆแบบกับการฝันถึงโลกอนาคตและคิดถึงเรื่องราวในอดีต  จนวันหนึ่งเขาก็ได้พบเธอ สาวน่ารักที่ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น ทว่า ไม่นาน จู่ๆเธอก็จากเขาไปจากชีวิตเขา

จนกระทั้ง 1ปีให้หลังในวันครบรอบวันเกิดของเขา เธอซึ่งเขาไม่รู้แม้แต่ชื่อก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมๆกับชีวิตของเขาที่พลันสีสันขึ้นมา เธอช่วยให้เขาไม่ไปเรียนสาย ช่วยรับแท่งชอร์กจากอาจารย์สุดโหด ช่วยติวหนังสือให้เขา พาเขากลับไปบ้านเกิด ฯ  ถึงตอนนี้ผมคิดถึงการ์ตูนยอดฮิตของเด็กทั่วโลกอย่าง โดราเอมอน

 

แต่ก็เป็นการผสมผสานที่ยังไม่ค่อยถึงนัก ฉากซึ้งไม่ถึงกับเรียกนํ้าตาเท่า The Classic ฉากขำก็ไม่ฮานํ้าตาร่วงเท่า  My Sassy Gril  อีกทั้งยังไม่ค่อยมีฉากเซอร์ไพรส์แบบสุดๆหรือฉากที่ต้องให้ลุ้นมากนัก(บางทีอาจเป็นเพราะคนดูกำลังงงกับการตัดไปตัดมาของเนื้อเรื่อง)

กระนั้น การใช้ชั้นเชิงเล่นกับเรื่องของเวลาก็ดูโรแมนติกไม่น้อย บวกกับแอนิเมชั่นเจ๋งๆก็ทำให้หนังดูสนุก พร้อมทั้งไม่ลืมที่จะให้แง่คิดต่างๆตามแบบฉบับหนังญี่ปุ่นทั้งเรื่อง ความรัก ครอบครัว รวมถึงคุณค่าของเวลาและชีวิต

บางที่ เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบอาจทำให้คุณรู้สึกถึงหัวใจของใครบางคนก็ได้

 

 

 

 นกไซเบอร์

 

อย่างที่บอกครับว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเพลง เราจะข้ามเวลามาพบกัน ว่าแล้วก็เลยลงมือตัดเป็น MV หนังซะเลย ลองชมดูครับ

http://video.mthai.com/player.php?id=23M1221800786M0

ชมหนังตัวอย่างได้ตามลิงค์นี้ครับ


http://video.mthai.com/player.php?id=23M1218768966M0

 

 

 

 

 

 

edit @ 14 Aug 2009 17:06:11 by นกไซเบอร์

edit @ 15 Aug 2009 11:17:52 by นกไซเบอร์